บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารคาว หวาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารคาว หวาน แสดงบทความทั้งหมด

2nd JOB // 2 คน 2 สไตล์กับอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ 2 ต่อ


2 คน 2 สไตล์กับอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ 2 ต่อช่วงต้นปี 52ที่ผ่านมา ปัญหาการเมืองภายในได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ทำให้การเงินของหลายๆ บ้านเกิดสะดุด เท่านั้นไม่พอข้าวของราคาก็แพงมากขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน การทำงานเป็นพนักงานประจำอาจได้เงินเดือนเท่าเดิม หรือบางรายอาจโดนลดเงินเดือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรายรับน้อยกว่ารายจ่าย อาชีพเสริมก็เข้ามาทำหน้าที่เพื่อก่อให้เกิดเม็ดเงิน นำมาหมุนในระบบการเงินของตน…

ช่วงต้นปี 52ที่ผ่านมา ปัญหาการเมืองภายในได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ทำให้การเงินของหลายๆ บ้าน เกิดสะดุด เท่านั้นไม่พอข้าวของ ราคาก็แพงมากขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่ในทางกลับกันการทำงานเป็นพนักงานประจำอาจได้เงินเท่าเดิมหรือบางรายโดนลดเงินเดือน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรายรับน้อยกว่ารายจ่าย อาชีพเสริมก็เข้ามาทำหน้าที่ เพื่อก่อให้เกิดเม็ดเงิน นำมาหมุนในระบบการเงินของตน

ตามไปดู 2สาว 2สไตล์ที่ผุดมินิธุรกิจ อาชีพเสริมแบบง่ายๆ ที่ได้นำความสามารถของตัวเองมาต่อยอดการทำธุรกิจตามแบบฉบับของตัวเอง จนสามารถเรียกเงินเข้ากระเป๋าอย่างน้อยๆ ก็หลักหมื่นแบบเต็มๆ
วันธรรมดาเป็นพนักงานบัญชีเสาร์-อาทิตย์ใส่ผ้ากันเปื้อนเป็นแม่ค้าส้มตำ
คุณราณี อะสงค์ หญิงสาวร่างเล็กหัวใจแกร่งอายุ28ปีตำแหน่งพนักงานบัญชี บริษัทส่งออก แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กับ ธุรกิจร้านขายส้มตำเล็กๆ(ร้านส้มตำคลุกฝุ่น)หน้าบ้านย่าน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เปิดขายทุกวัน และลุยเองในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์

เพราะจำเป็นต้องหาอีกอาชีพ ร้านส้มตำจึงเกิดขึ้น
“แรกๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดร้านส้มตำขึ้นมา แต่เผอิญว่ามีปัญหาเรื่องหนี้สิน (ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ)ติดหนี้อยู่3ล้านบาท ทั้งบ้านก็กลุ้มใจมาก แต่คิดไปคิดมา นั่งกลุ้มก็ไม่ได้ก่อให้เกิดเงินทองงอกเงย ก็เลยตัดสินใจหาธุรกิจที่ถนัดกันทำ ก็เลยลงไปที่ร้านส้มตำ เปิดเป็นเพิงเล็กๆ ปากซอยบ้านนี่แหละค่ะ
“จำได้ว่าวันแรกที่เราลงทุนไปทั้งหมด2,400บาทเราลงทุนให้แม่เปิดร้านเพราะเราเองต้องไปทำงานด้วย เริ่มต้นตอนตี 2ไปลุยตลาดสดคลองเตย ซื้อของมาทำขายที่บ้าน ซื้อเสร็จก็ประมาณตี3ครึ่งกลับมาอีกทีจะเป็นช่วงเวลาที่แม่เตรียมของต่อถึง 6โมงเช้า แล้วก็ไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงาน ฟังดูเหมือนลำบาก แต่ว่า ความจำเป็นต่างหากที่บังคับให้เราต้องทำ ไม่งั้นเราก็ไม่รอดทั้งครอบครัว”
“ถามว่าทำไมต้องเป็นเรา นั่นสิ!.. (หัวเราะ)แต่ก็ต้องทำ ในช่วงแรกทำถึงขนาด มือเป็นหนองเพราะ น้ำมะนาว ยางมะละกอมันกัด นานๆ เข้าก็ด้านไม่เป็นไร และยังหามเข้าโรงพยาบาล เพราะพักผ่อนไม่เพียงพออีก เป็นอย่างนี้มาประมาณปีกว่า จนเราปลดหนี้ได้หมด ตอนนั้นรู้สึกว่า โล่งอกมากๆ และรู้สึกว่า เราชนะกับสิ่งที่คนทั้งบ้านกลัว ชนะโชคชะตาที่เล่นกับเรา”

กองบรรณาธิการสาว ผุดสูตรเค้กอร่อย รับออเดอร์ในช่วงวันว่างแบบชิลชิล
คุณฉวีวรรณ์ ประริเทสโนกองบก.แผนกเว็บไซต์นิตยสาร Positioning ที่ลุยงานประจำนี้มากว่า3ปี และผุดร้านเค้กออนไลน์ ทำจากใจรักต่อยอดสู่ออเดอร์ที่รวมๆ แล้ว รายได้พอๆ กับเงินเดือนประจำเลยทีเดียว

แจกชิมสู่สั่งซื้อ บนหน้าร้านเค้กออนไลน์
“เราทำงานประจำตรงนี้มา3ปีงานเสริมนี้ก็เริ่มมาในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน เริ่มจากความชอบ ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในชุมชนก้นครัว ในเว็บไซต์พันทิพย์ ซึ่งในนั้นจะมีผู้คนมากมายเข้ามาโพสท์สูตรการทำเค้ก รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรื่องราวของการทำเค้กให้ได้ทราบบ่อยๆ เราเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้ออุปกรณ์หลักๆ ขนาดย่อมราคาไม่แพง เช่น เตาอบขนาดเล็ก เครื่องตีขนาดเล็ก ซึ่งราคาไม่เกิน 5,000บาทต่อชิ้น แม่พิมพ์ หัวบีบครีม และอุปกรณ์ต่างๆ นอกนั้นก็วัตถุดิบที่จำเป็น”
“เมื่อเรามีอุปกรณ์และวัตถุดิบพร้อม เราก็เริ่มลงมือทำ จำได้ว่า ครั้งแรก อบตัวแป้งออกมาแข็งโป๊ก แต่ด้วยความชอบ เราก็ไม่หยุดแค่นั้น พอทำเค้กออกมาแต่ละอย่าง เราก็เริ่มให้คนรอบข้างชิม ถ่ายรูปโพสท์เพื่อถ้าความคิดเห็น รวมทั้งยังมีการแจกส่งชิมให้คนที่เป็นขาประจำของห้องอีกด้วย”
“จากแจกชิม เพื่อนๆ บอกว่าอร่อย ให้ลองเปิดขายดู ก็เลยทำเว็บไซต์ขึ้นมา ซึ่งกว่าจะมีคนเริ่มสั่งก็ในช่วงการทำเค้กปีที่ 2จำได้ว่ามีออเดอร์แรก เราเครียดมาก เพราะกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี แต่ด้วยความที่ทำบ่อยๆ ก็ชิน และการขายของออนไลน์แบบนี้ ก็ไม่ต้องลงทุนหน้าร้าน แต่ในอนาคตก็ไม่แน่เหมือนกัน” (หัวเราะ)

คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร BE

เรื่อง : ศรัญญา โรจน์พิทักษ์ชีพ / ภาพ : สุตสาย สังหาร

'ไอศกรีมมะม่วง' สร้างกำไรให้ ในฤดูร้อน

ไอศครีมมะม่วงแสนอร่อย

หนึ่งในของหวานทานเล่นที่ได้รับความนิยมยามที่อากาศร้อน หรือแม้แต่ช่วงที่ไม่ร้อน คือ “ไอศกรีม” ซึ่งไอศกรีมก็สามารถทำได้หลากหลายรสชาติ อย่างรายของ “สุพัตรา พัชรารัตน์” เจ้าของสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ ที่ในช่วงนี้เป็นช่วงมะม่วงออกผลผลิต นอกจากขายผลสดแล้ว ก็ยังนำมะม่วงมาผลิตเป็น ’ไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้“ เป็นการนำผลผลิตมาแปรรูปจำหน่ายสร้างรายได้เสริม เป็นอีกหนึ่งรูปแบบ ’ช่องทางทำกิน“ ที่น่าพิจารณา..

สุพัตรา พัชรารัตน์ ซึ่งทำสวนมะม่วงอยู่ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ชื่อสวนมะม่วงน้องปลื้ม เล่าว่า ครอบครัวทำสวนมะม่วงมานาน ปลูกมะม่วงกว่า 100 ไร่ มีมะม่วงหลากหลายพันธุ์ ที่ปลูกมากที่สุดก็คือ “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง” เป็นพันธุ์ที่ขึ้นชื่อและได้รับความนิยมที่สุด และในช่วงหน้ามะม่วงจะมีผลผลิตออกมามาก เร่งขายผลสดแล้วก็ยังมีเหลืออีกมาก ซึ่งก็จะต้องหาวิธีแปรรูปเพื่อไม่ให้มะม่วงเน่าเสียหายแบบเปล่าประโยชน์ โดยส่วนใหญ่ก็จะนำไปทำเป็นมะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงดอง มะม่วงกวน และล่าสุดก็ได้นำมะม่วงมาแปรรูปเป็น “ไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้” ขายอีกด้วย

“เนื่องจากคุณย่านั้นทำไอศกรีมกะทิขายมานานหลาย 10 ปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังทำขายอยู่ และในช่วงที่มะม่วงออกผลผลิตนั้นจะตรงกับช่วงหน้าร้อนพอดี เราจึงมีความคิดที่จะนำมาทำเป็นไอศกรีม เพราะยังไงคุณย่าก็มีสูตรการทำไอศกรีมอยู่แล้ว เราจึงไปให้คุณย่าทดลองทำไอศกรีมมะม่วง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ยาก คุณย่าทดลองทำอยู่ไม่นานก็ได้สูตรการทำไอศกรีมมะม่วง และก็ทำขายตั้งแต่ปี 2553 เรื่อยมา”

ไอศกรีมมะม่วง ใช้สูตรการทำคล้ายไอศกรีมกะทิ แต่จะเพิ่มเนื้อมะม่วงลงไปปั่นผสมเพื่อให้มีกลิ่นหอมและมีรสชาติของมะม่วงด้วย โดยเลือกใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น ไอศกรีมมะม่วงที่ทำออกมานั้นจะไม่หวานมาก แต่จะต้องมีกลิ่นหอม และได้ความมันของกะทิแบบกลมกล่อมไอศกรีม 1 ถังจะมีอยู่ 3 ปั่น โดย 1 ปั่น เทียบได้ประมาณ 8 กิโลกรัม ซึ่งในการทำไอศกรีม 8 กิโลกรัมจะใช้มะม่วงน้ำดอกไม้ประมาณ 5 กิโลกรัม เนื่องจากมีมะม่วงเป็นต้นทุนอยู่แล้ว จึงใส่มะม่วงได้เต็มที่ ส่วนมะม่วงที่นำมาใช้ได้ จะเป็นมะม่วงที่สุกงอมกำลังพอดี ไม่สุกมากหรือน้อยเกินไปเพราะจะทำให้ไอศกรีมที่ทำออกมามีกลิ่นไม่หอมและไม่อร่อย

“สำหรับการทำไอศกรีมมะม่วงนั้นเราจะจำกัด ทำออกมาจำหน่ายเฉพาะในช่วงหน้ามะม่วงออกผลผลิตเท่านั้น เพราะเราต้องการคุณภาพของไอศกรีม เนื่องจากมะม่วงนอกฤดูนั้นเป็นมะม่วงที่จืด ไม่หอมไม่หวาน เวลานำมาทำเป็นไอศกรีมก็จะไม่อร่อย”

การทำไอศกรีม 8 กิโลกรัม มีส่วนประกอบในการทำไอศกรีมดังนี้... เนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สุกประมาณ 5 กิโลกรัม, น้ำตาลทราย 5 กิโลกรัม, น้ำกะทิ 10 กิโลกรัม, นมสด 3 กระป๋อง, ไวท์มอลต์ 2 ช้อนชา, กลิ่นวานิลลาเล็กน้อย

ขั้นตอนการทำ... เริ่มจากนำมะม่วงน้ำดอกไม้สุกมาทำการปอกเปลือก หั่นเอาแต่เนื้อ จากนั้นนำไปใส่ในเครื่องปั่น เทน้ำกะทิผสมลงไป ทำการปั่นให้เนื้อมะม่วงละเอียดเข้าเป็นเนื้อเดียวกับกะทิ พักทิ้งไว้

นำน้ำตาลทรายผสมกับไวท์มอลต์และนมสดส่วนหนึ่ง (แยกนมสดไว้อีกส่วนหนึ่ง) ใส่ลงในหม้อนำขึ้นตั้งไฟอ่อนค่อย ๆ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ตอนเคี่ยวนั้นก็ให้ค่อย ๆ เทนมสดส่วนที่แยกไว้ผสมลงไปเรื่อย ๆ จนหมด จากนั้นก็เคี่ยวต่อ โดยนำมะม่วงที่ปั่นผสมกับน้ำกะทิใส่ลงไปเคี่ยวให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 5-7 นาที จนส่วนผสมที่เคี่ยวเดือดก็ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็น เติมกลิ่นวานิลลาลงไปเพื่อเพิ่มความหอม และเพื่อให้สีสันออกเหลืองนวลขึ้นมามากขึ้น แต่หากต้องการให้เป็นสีธรรมชาติก็ไม่ต้องใส่ก็ได้

หลังจากส่วนผสมที่เคี่ยวไว้เย็น ก็ให้ตักใส่ถุงนำไปแช่ตู้เย็น เพื่อให้เนื้อส่วนผสมเข้ากันและจับตัว ใช้เวลาแช่ประมาณ 4 ชั่วโมง หลังจากเนื้อส่วนผสมจับตัวแข็งเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ก็ให้นำออกมาใส่ลงไปในเครื่องปั่นสำหรับทำไอศกรีม ทำการปั่นไปเรื่อย ๆ ประมาณ 30-40 นาที ก็จะได้ไอศกรีมที่มีเนื้อเนียนนุ่ม จากนั้นก็นำไปบรรจุไว้ในถังใส่ไอศกรีม เตรียมขาย

การตัก “ไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้” ขาย ก็จะใช้ถ้วยขนาด 260 กรัม ตักไอศกรีมใส่ประมาณ 4 ลูก โรยหน้าด้วยเนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สุกที่หั่นเป็นลูกเต๋า ขายในราคาถ้วยละประมาณ 20-25 บาท ซึ่งไอศกรีม 1 ถัง ใช้เงินทุนประมาณ 1,000 บาท ถ้าขายหมดก็จะได้ประมาณ 2,000 บาท

ไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้ของสุพัตราจะทำออกมาขายเฉพาะในช่วงฤดูมะม่วงเท่านั้น ซึ่งก็คือในช่วงนี้ ก็ตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม หากเป็นช่วงนอกฤดูมะม่วงก็จะทำไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อนขายแทน

สำหรับผู้ที่สนใจ ’ไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้“ ของสุพัตรา ในช่วงนี้แวะไปชิมกันได้ที่ตลาดน้ำบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ขายวันเสาร์-อาทิตย์ หรือถ้าต้องการสั่งทำก็สามารถโทรฯ ไปสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-1752-9684 โดยต้องสั่งล่วงหน้าก่อนประมาณ 2-3 วัน ซึ่งการทำ-การขายไอศกรีมผลไม้ชนิดนี้ ก็น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน.

ข้อมูลความเป็นมาของ "หนังสือพิมพ์เดลินิวส์"

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม